

"ใครจะเชื่อว่า ตลาดปลา จะสร้างไอเดียทางธุรกิจได้"
มอบแด่ทุกคนที่ไปอ่านเมล์พี่ติ๋ ม CEW แล้วเจอคำว่า "องค์กร FISH" แล้วไม่เข้าใจครับ 5555+
ผมเคยเจอปกหนังสือเล่มหนึ่ง ในชั้นจัดอันดับขายดีของร้านหนั
"ทำไมหนังสือทำอาหารเล่มนี้ถึ งต้องแนะนำกันทั่วเมือง???"
ความโง่เง่า บวกความเขลาที่ถูกปกปิ ดความอยากรู้จากหนังสือ How-to ทั้งหลาย ยิ่งเป็นหนังสือจำพวก "พ่อสอนลูกรวย" ยิ่งไม่ต้องพูดกัน ปิดประตูความรู้ไปเลย
จนเมื่อเริ่มทำงานกับผู้ใหญ่ กับอาจารย์ระดับ ป.โท ป.เอก เขาเริ่มพูดถึงหนังสือปกนี้ "เคยอ่านหนังสือชื่อ 'ฟิช!' ไหม? มันดีนะ" จนผมต้องกลับไปค้นอีกรอบว่า "หรือหนังสือทำอาหารเล่มนั้น จะไม่ใช่อย่างที่คิด"
การตามไปดูเมื่อเวลาผ่านไป3-4 ปี ไม่ใช่เรื่องง่าย มันเริ่มย้ายจากชั้นหนังสื อขายดี ไปอยู่ในหลืบชั้นวางด้านใน จนพบ...

มันทำให้รู้ว่า ไม่มีเรื่องอะไรเกี่ยวกั บการผสมอาหารให้เป็นจานๆเลย (โง่มากเลยเรา 555+)
แต่ผมก็ไม่ได้อ่านเท่าไหร่ รู้แต่ว่าเป็นเรื่องของการคิ ดบวกทางธุรกิจ การสร้างความเป็นกั นเองภายในองค์กร แค่นั้น...
...แล้วก็วางลง!
ถ้าพิมพ์จบแค่นี้ คงโดนด่า ...ต้องต่อให้จบใช่ไหมครับ ได้ๆ
โอเค ไปกันต่อ...

ผมขอยกบทความในอินเตอร์เนตที่ มากมายหลายสำนวณที่พูดถึงความดี งามของหนังสือเล่มนี้...
มาสรุปโดยย่อ! (ตามประสาคนเข้าใจคนเบื่อการอ่ าน เช่นผม!)
หนังสือเริ่มเรื่องที่ Mary ได้ย้ายมาทำงานที่ Seattle กับสามี ทำงานไม่ถึง 2 ปี สามีก็ตายจากไป ทิ้งลูกเล็กๆ ไว้ 2 คนให้เลี้ยง เธอทำงานที่บริษัทประกันแห่งหนึ่งและมีความก้าวหน้างานเป็นอย่ างดี วันหนึ่งเธอก็ถูกย้ายให้ ไปทำงานความรับผิดชอบที่สูงขึ้ นบนชั้น 3 เธอหนักใจเพราะชั้น 3 นั้นมีชื่อเสียงมานานว่า ไร้ประสิทธิภาพ เชื่องช้า ไม่ตอบสนองลูกค้า อืดอาดไร้ชีวิตชีวา ฯลฯ Mary พยายามหาหนทางแก้ไขลักษณะที่ถื อว่าเป็นจุดอ่อนของหน่วยงานนี้ แต่ก็คิดไม่ออก
จนวันหนึ่ง ระหว่างหยุดพักเที่ยง เธอเดินหาอาหารกลางวัน แล้วก็หลงทางเข้าไปตลาดปลาแห่ งหนึ่งที่มีชื่อว่า Pike Place Fish

Marry รู้สึกตกใจกับสิ่งที่ได้เห็นต่ อหน้า ผู้คนมากมายส่งเสียงเจี๊ยวจ๊าว โดยเฉพาะลูกค้าและนักท่องเที่ยว หัวเราะกันอย่างสนุกสนาน เธอได้เห็นคนขายปลาโยนปลาไปให้ พนักงานคิดเงินที่อยู่ไกลออกไปถึง 10-20 ฟุต ไปที่คนเก็บเงินที่จับปลาอย่ างแม่นยำ มีการพูดจาหยอกล้อ ขำขันกันอยู่ตลอด ไกลออกไปคนงานกำลังหยิบปลาขึ้ นมาขยับเหงือกหยอกล้อเด็กให้หั วเราะ คนขายอีกคนตะโกนไล่ถามผู้คนว่ ามีใครสงสัยเรื่องปลาบ้างไหม อีกคนดูเหมือนกำลังคุยกับปลา อีกคนกำลังโยนปูขึ้นไปในอากาศ และเอากล่องรับ ฯลฯ
ทุกอย่างดูวุ่นวายสนุกสนาน และที่สำคัญ ทุกคนที่ทำงานในตลาดนี้สนุกกั บงานที่ดูแสนจะน่าเบื่อหน่ายหั วเราะต่อกระซิกเย้าแหย่กั นตลอดเวลา และความรู้สึกสนุกนี้ก็ติดเชื้ อลามไปถึงคนซื้อและคนที่เข้ ามาเยี่ยมชมด้วย ไม่ว่าใครที่เข้ามาในตลาดดูจะรู้สึกสนุกสนานด้วยกันทั้งนั้ นขณะที่เธองุนงงอยู่ก็มีหนุ่ มคนหนึ่งที่ทำงานที่ตลาดเดิ นมาถามเธอว่า สงสัยอะไรเกี่ยวกับตลาดนี้บ้ างไหม ชายหนุ่มคนนี้ชื่อว่า “Lonnie”
Mary เริ่มสนิทสนมกับ Lonnie มากขึ้นเมื่อไปตลาดอี กหลายครั้งเพื่อปรับทุกข์เรื่ องงานบนชั้น 3 และวิธีการทำงานของตลาด Lonnie อธิบายว่า(ราวกับเป็นศาสตราจารย์ด้ านการบริหารมากกว่าเป็ นคนขายปลา) ในการทำงานนั้นมนุษย์ทุกคนมี ทางเลือกเสมอถึงแม้ว่าจะไม่มี ทางเลือกงานได้มากนักก็ตาม ซึ่งทางเลือกนั้นก็คือ “การเลือกที่จะนำทัศนคติมายังที่ทำงาน” ถ้านำทัศนคติอย่างหนึ่งมาที่ ทำงาน ก็จะได้ผลงานอย่างหนึ่ง ทุกๆ วันพวกเราที่ตลาดปลาแห่งนี้ตั ดสินใจที่จะนำทัศนคติว่างานเป็ นสิ่งที่รื่นรมย์มาที่ทำงาน “ถึงแม้เราจะเลือกงานไม่ได้ แต่เราก็เลือกทัศนคติ ในการทำงานได้” ซึ่งเราก็ได้เลือกที่จะสร้ างสรรค์ทำงานของเราให้เป็นที่ๆ น่าอยู่ และเลือกที่จะทำงานอย่างสนุก
และ "ทัศนคติ" ATTITUDE นี่แหละคือห ัวใจสำคัญ เป็นปัจจัยแรกของการทำงานที่ ตลาดปลาแห่งนี้
เมื่อ MARY ได้ไอเดียนี้มา เธอก็เริ่มดำเนินการกับหน่ วยงานของเธอ ด้วยการบอกเล่าและโน้มน้าว และร่วมขอความเห็นเพื่อกระตุ้ นให้เกิดความคิดที่จะเลือกสร้ างทัศนคติในการทำงาน และชักชวนให้ลูกน้องไปเยี่ ยมชมตลาดด้วย
เมื่อ MARY ได้ไอเดียนี้มา เธอก็เริ่มดำเนินการกับหน่
LONNIE ได้เฉลยต่อมาว่า....
ปัจจัยตัวที่สองของความสำเร็จก็ คือ PLAY หรือ "การเล่น" ซึ่งมิได้หมายถึงการเล่นอย่ างไร้ความหมาย หากแต่ว่าจริงจังกับงาน แต่ก็สามารถเล่นสนุกไปในเวลาเดี ยวกันได้ในการทำงาน เช่น โยนปลา พูดจาสนุกสนาน ชวนให้ลูกค้าลงมาช่วยบรรจุ ปลาลงถังด้วยจัดเกมส์ให้ลูกค้ าร่วมเล่น เช่น แข่งขันโยนปลา ลดราคาเป็นรางวัล ฯลฯ
ปัจจัยที่สามก็คือ MAKE THEIR DAY "ทำทุกวันให้เป็นวันแห่ งการจดจำ" ทำให้ลูกค้าหรือนักท่ องเที่ยวจำวันที่มาตลาดแห่งนี้ ได้ไม่ว่าจะผ่านไปนานแค่ไหน ซึ่งการเล่นสนุก การให้ลูกค้าเข้ามามีส่วนร่วมด้ วย เช่น เข้าไปในห้องเย็นเอาสวิงตั กปลาในถัง ทำความสะอาดปลา เอามือล้วงเข้าไปในท้องปลาตั วใหญ่ ฯลฯ การพยายามให้ลูกค้าเข้าไปมีส่ วนร่วมด้วยกับงานของตลาดอย่ างสนุกสนานจะทำให้มีความรู้สึ กที่ดี กับตลาดไปตลอด
ปัจจัยตัวสุดท้ายก็คือ BE PRESENT "อยู่ กับลูกค้า" ซึ่งหมายถึง การให้ความสนใจอย่างจริงจังต่ อสิ่งที่ตนเกี่ยวข้องอยู่ เช่น ให้ความสนใจแก่ลูกค้าอย่างจริ งจัง "อยู่" กับลูกค้าโดยไม่ละทิ้งหรือเหม่ อลอย ร่วมกิจกรรมกับลูกค้า
ทั้ง 4 ปัจจัยนี้เมื่อรวมกันแล้วเรี ยกว่า....
"ปรัชญาปลา (FiSH PHILOSOPHY)"
หนังสือจบลงด้วย MARY ได้รับรางวัลจากบริษัท ในการสร้างให้ชั้น 3 เป็นหน่วยงานที่ทุกคนอยากทำงาน ซึ่งมีผลพลอยทำให้เป็นหน่
นี่คือสาระจากหนังสือภาษาอั งกฤษเล่มบาง 107 หน้าเล่มนี้
"ปรัชญาปลา" (FISH PHILOSOPHY) นั้น เป็นประโยชน์ไม่เฉพาะแก่องค์ กรธุรกิจและองค์กรของรัฐใหญ่เล็ กเท่านั้น ยังกินความเป็นไปถึงครอบครั วและห้องเรียนอีกด้วย
มีคนจำนวนน้อยในโลกที่ได้ ทำงานที่ตนรัก และอยากทำงานกัน แต่มีคนจำนวนมากที่ไม่สามารถเลื อกงานได้ แต่ก็มีบางคนที่สามารถสร้ างความชอบในงานที่ตนต้องทำ (จนได้) หนังสือเล่มนี้ได้เปิดเผยความลั บในเชิงบริหารจากการเรียนรู้ ตลาดปลา เพื่อช่วยให้องค์กรทั้ งหลายสามารถเพิ่มจำนวน"บางคน" เหล่านั้นให้สูงขึ้น ความสนุกซึ่งเป็นสมบัติของมนุ ษยชาติ สามารถเกิดขึ้นในขณะเดียวกั บการทำงานที่จริงจังได้ และถ้าเราสามารถทำให้ความสนุ กเช่นนี้เกิดขึ้นได้แล้ว เราก็สามารถช่วยทำให้ประโยคที่ ว่า "ความสุขคือการชอบสิ่งที่ทำ มิใช่ทำสิ่งที่ชอบ" เป็นจริงขึ้นได้อีกอักโข
Dr. Kenneth Blanchard ผู้เขียนหนังสือยอดฮิต One Minute Manager ได้กล่าวเน้นไว้ในคำกล่าวนำหนั งสือเล่มนี้ อย่างน่าฟังว่า
"... เมื่อเราเลือกที่จะชอบสิ่งที่ เราทำ ชีวิตของเราจะเปี่ยมไปด้ วยความสุข ความอิ่มเอม และเข้าถึงความหมายของชีวิต ได้ทุกวันที่มาทำงาน ... คนเราใช้เวลากว่าร้อยละ 75 ของเวลาที่ตื่นในแต่ละวั นไปในงานและกิจกรรมที่เกี่ยวเนื่องกับการทำงาน ดังนั้น เราจึงควรที่จะเลือกที่จะสนุ กและกระตือรือร้น กับงานที่เราทำ แทนที่จะรอให้วันศุกร์มาถึง (หรือที่พูดกันว่า Thank God It's Friday)...
... เราจะเลือกทำเฉพาะงานที่ เราชอบไม่ได้เสมอไป ดังนั้นเราจึงควรเลือกที่ จะชอบงานที่เราทำ..."
"... เมื่อเราเลือกที่จะชอบสิ่งที่
... เราจะเลือกทำเฉพาะงานที่

OK! ขี้เกียจอ่านกันใช่ไหม? งั้นมาอ่านสรุปง่ายๆ กันเลย!!!
หัวใจของ "ปรัชญาปลา" คือ 1ทัศนคติ 2การเล่น 3ให้เป็นวันแห่งการจดจำ 4อยู่ กับลูกค้า
------------------------------ -----------------------------There Are Two Rules For Success: 1) Never Tell Everything You Know. -- Roger H.Lincoln
กฎแห่งความสำเร็จมีอยู่ด้วยกัน 2 ข้อ : 1.)ห้ามบอกว่าคุณรู้ทุกเรื่อง! - โรเจอร์ เฮช. ลินคอล์น

ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น
โปรดแสดงความคิดเห็นในช่องนี้