วันอังคารที่ 18 ธันวาคม พ.ศ. 2555

PR : องค์กร FiSH! คืออะไร?

ภาพในบรรทัด 5ภาพในบรรทัด 1
"ใครจะเชื่อว่า ตลาดปลา จะสร้างไอเดียทางธุรกิจได้"
มอบแด่ทุกคนที่ไปอ่านเมล์พี่ติ๋ม CEW แล้วเจอคำว่า "องค์กร FISH" แล้วไม่เข้าใจครับ 5555+

ผมเคยเจอปกหนังสือเล่มหนึ่ง ในชั้นจัดอันดับขายดีของร้านหนังสือทั่วเมือง ความคิดแรก...
"ทำไมหนังสือทำอาหารเล่มนี้ถึงต้องแนะนำกันทั่วเมือง???"
ความโง่เง่า บวกความเขลาที่ถูกปกปิดความอยากรู้จากหนังสือ How-to ทั้งหลาย ยิ่งเป็นหนังสือจำพวก "พ่อสอนลูกรวย" ยิ่งไม่ต้องพูดกัน ปิดประตูความรู้ไปเลย

จนเมื่อเริ่มทำงานกับผู้ใหญ่ กับอาจารย์ระดับ ป.โท ป.เอก เขาเริ่มพูดถึงหนังสือปกนี้ "เคยอ่านหนังสือชื่อ 'ฟิช!' ไหม? มันดีนะ" จนผมต้องกลับไปค้นอีกรอบว่า "หรือหนังสือทำอาหารเล่มนั้น จะไม่ใช่อย่างที่คิด"

การตามไปดูเมื่อเวลาผ่านไป3-4 ปี ไม่ใช่เรื่องง่าย มันเริ่มย้ายจากชั้นหนังสือขายดี ไปอยู่ในหลืบชั้นวางด้านใน จนพบ...
ภาพในบรรทัด 2
มันทำให้รู้ว่า ไม่มีเรื่องอะไรเกี่ยวกับการผสมอาหารให้เป็นจานๆเลย (โง่มากเลยเรา 555+)
แต่ผมก็ไม่ได้อ่านเท่าไหร่  รู้แต่ว่าเป็นเรื่องของการคิดบวกทางธุรกิจ การสร้างความเป็นกันเองภายในองค์กร แค่นั้น...
...แล้วก็วางลง!

ถ้าพิมพ์จบแค่นี้ คงโดนด่า ...ต้องต่อให้จบใช่ไหมครับ ได้ๆ

โอเค ไปกันต่อ...
ภาพในบรรทัด 1
ผมขอยกบทความในอินเตอร์เนตที่มากมายหลายสำนวณที่พูดถึงความดีงามของหนังสือเล่มนี้... 
มาสรุปโดยย่อ! (ตามประสาคนเข้าใจคนเบื่อการอ่าน เช่นผม!)

     หนังสือเริ่มเรื่องที่ Mary ได้ย้ายมาทำงานที่ Seattle กับสามี ทำงานไม่ถึง ปี สามีก็ตายจากไป ทิ้งลูกเล็กๆ ไว้ คนให้เลี้ยง เธอทำงานที่บริษัทประกันแห่งหนึ่งและมีความก้าวหน้างานเป็นอย่างดี วันหนึ่งเธอก็ถูกย้ายให้ไปทำงานความรับผิดชอบที่สูงขึ้นบนชั้น เธอหนักใจเพราะชั้น นั้นมีชื่อเสียงมานานว่า ไร้ประสิทธิภาพ เชื่องช้า ไม่ตอบสนองลูกค้า อืดอาดไร้ชีวิตชีวา ฯลฯ Mary พยายามหาหนทางแก้ไขลักษณะที่ถือว่าเป็นจุดอ่อนของหน่วยงานนี้ แต่ก็คิดไม่ออก
     จนวันหนึ่ง ระหว่างหยุดพักเที่ยง เธอเดินหาอาหารกลางวัน แล้วก็หลงทางเข้าไปตลาดปลาแห่งหนึ่งที่มีชื่อว่า Pike Place Fish
 ภาพในบรรทัด 6  ภาพในบรรทัด 7
     Marry รู้สึกตกใจกับสิ่งที่ได้เห็นต่อหน้า ผู้คนมากมายส่งเสียงเจี๊ยวจ๊าว โดยเฉพาะลูกค้าและนักท่องเที่ยว หัวเราะกันอย่างสนุกสนาน เธอได้เห็นคนขายปลาโยนปลาไปให้พนักงานคิดเงินที่อยู่ไกลออกไปถึง 10-20 ฟุต ไปที่คนเก็บเงินที่จับปลาอย่างแม่นยำ มีการพูดจาหยอกล้อ ขำขันกันอยู่ตลอด ไกลออกไปคนงานกำลังหยิบปลาขึ้นมาขยับเหงือกหยอกล้อเด็กให้หัวเราะ คนขายอีกคนตะโกนไล่ถามผู้คนว่ามีใครสงสัยเรื่องปลาบ้างไหม อีกคนดูเหมือนกำลังคุยกับปลา อีกคนกำลังโยนปูขึ้นไปในอากาศ และเอากล่องรับ ฯลฯ 
  ภาพในบรรทัด 4 ภาพในบรรทัด 8 ภาพในบรรทัด 9 
ทุกอย่างดูวุ่นวายสนุกสนาน และที่สำคัญ ทุกคนที่ทำงานในตลาดนี้สนุกกับงานที่ดูแสนจะน่าเบื่อหน่ายหัวเราะต่อกระซิกเย้าแหย่กันตลอดเวลา และความรู้สึกสนุกนี้ก็ติดเชื้อลามไปถึงคนซื้อและคนที่เข้ามาเยี่ยมชมด้วย ไม่ว่าใครที่เข้ามาในตลาดดูจะรู้สึกสนุกสนานด้วยกันทั้งนั้นขณะที่เธองุนงงอยู่ก็มีหนุ่มคนหนึ่งที่ทำงานที่ตลาดเดินมาถามเธอว่า สงสัยอะไรเกี่ยวกับตลาดนี้บ้างไหม ชายหนุ่มคนนี้ชื่อว่า “Lonnie
     Mary เริ่มสนิทสนมกับ Lonnie มากขึ้นเมื่อไปตลาดอีกหลายครั้งเพื่อปรับทุกข์เรื่องงานบนชั้น 3 และวิธีการทำงานของตลาด Lonnie อธิบายว่า(ราวกับเป็นศาสตราจารย์ด้านการบริหารมากกว่าเป็นคนขายปลา) ในการทำงานนั้นมนุษย์ทุกคนมีทางเลือกเสมอถึงแม้ว่าจะไม่มีทางเลือกงานได้มากนักก็ตาม ซึ่งทางเลือกนั้นก็คือ “การเลือกที่จะนำทัศนคติมายังที่ทำงาน” ถ้านำทัศนคติอย่างหนึ่งมาที่ทำงาน ก็จะได้ผลงานอย่างหนึ่ง ทุกๆ วันพวกเราที่ตลาดปลาแห่งนี้ตัดสินใจที่จะนำทัศนคติว่างานเป็นสิ่งที่รื่นรมย์มาที่ทำงาน “ถึงแม้เราจะเลือกงานไม่ได้ แต่เราก็เลือกทัศนคติในการทำงานได้” ซึ่งเราก็ได้เลือกที่จะสร้างสรรค์ทำงานของเราให้เป็นที่ๆ น่าอยู่ และเลือกที่จะทำงานอย่างสนุก
     และ "ทัศนคติ" ATTITUDE นี่แหละคือัวใจสำคัญ เป็นปัจจัยแรกของการทำงานที่ตลาดปลาแห่งนี้
     เมื่อ MARY ได้ไอเดียนี้มา เธอก็เริ่มดำเนินการกับหน่วยงานของเธอ ด้วยการบอกเล่าและโน้มน้าว และร่วมขอความเห็นเพื่อกระตุ้นให้เกิดความคิดที่จะเลือกสร้างทัศนคติในการทำงาน และชักชวนให้ลูกน้องไปเยี่ยมชมตลาดด้วย
LONNIE ได้เฉลยต่อมาว่า....
ปัจจัยตัวที่สองของความสำเร็จก็คือ PLAY หรือ "การเล่น" ซึ่งมิได้หมายถึงการเล่นอย่างไร้ความหมาย หากแต่ว่าจริงจังกับงาน แต่ก็สามารถเล่นสนุกไปในเวลาเดียวกันได้ในการทำงาน เช่น โยนปลา พูดจาสนุกสนาน ชวนให้ลูกค้าลงมาช่วยบรรจุปลาลงถังด้วยจัดเกมส์ให้ลูกค้าร่วมเล่น เช่น แข่งขันโยนปลา ลดราคาเป็นรางวัล ฯลฯ
ปัจจัยที่สามก็คือ MAKE THEIR DAY "ทำทุกวันให้เป็นวันแห่งการจดจำ" ทำให้ลูกค้าหรือนักท่องเที่ยวจำวันที่มาตลาดแห่งนี้ได้ไม่ว่าจะผ่านไปนานแค่ไหน ซึ่งการเล่นสนุก การให้ลูกค้าเข้ามามีส่วนร่วมด้วย เช่น เข้าไปในห้องเย็นเอาสวิงตักปลาในถัง ทำความสะอาดปลา เอามือล้วงเข้าไปในท้องปลาตัวใหญ่ ฯลฯ การพยายามให้ลูกค้าเข้าไปมีส่วนร่วมด้วยกับงานของตลาดอย่างสนุกสนานจะทำให้มีความรู้สึกที่ดี กับตลาดไปตลอด
ปัจจัยตัวสุดท้ายก็คือ BE PRESENT "อยู่ กับลูกค้า" ซึ่งหมายถึง การให้ความสนใจอย่างจริงจังต่อสิ่งที่ตนเกี่ยวข้องอยู่ เช่น ให้ความสนใจแก่ลูกค้าอย่างจริงจัง "อยู่" กับลูกค้าโดยไม่ละทิ้งหรือเหม่อลอย ร่วมกิจกรรมกับลูกค้า
ทั้ง 4 ปัจจัยนี้เมื่อรวมกันแล้วเรียกว่า....
"ปรัชญาปลา (FiSH PHILOSOPHY)"
ภาพในบรรทัด 3
    หนังสือจบลงด้วย MARY ได้รับรางวัลจากบริษัท ในการสร้างให้ชั้น 3 เป็นหน่วยงานที่ทุกคนอยากทำงาน ซึ่งมีผลพลอยทำให้เป็นหน่วยงานที่มีประสิทธิภาพของทุกคน ด้วยการสร้างความสนุกสนานในสิ่งที่ทุกคนต้องทำ
    นี่คือสาระจากหนังสือภาษาอังกฤษเล่มบาง 107 หน้าเล่มนี้
     "ปรัชญาปลา" (FISH PHILOSOPHY) นั้น เป็นประโยชน์ไม่เฉพาะแก่องค์กรธุรกิจและองค์กรของรัฐใหญ่เล็กเท่านั้น ยังกินความเป็นไปถึงครอบครัวและห้องเรียนอีกด้วย
     มีคนจำนวนน้อยในโลกที่ได้ทำงานที่ตนรัก และอยากทำงานกัน แต่มีคนจำนวนมากที่ไม่สามารถเลือกงานได้ แต่ก็มีบางคนที่สามารถสร้างความชอบในงานที่ตนต้องทำ (จนได้หนังสือเล่มนี้ได้เปิดเผยความลับในเชิงบริหารจากการเรียนรู้ตลาดปลา เพื่อช่วยให้องค์กรทั้งหลายสามารถเพิ่มจำนวน"บางคนเหล่านั้นให้สูงขึ้น ความสนุกซึ่งเป็นสมบัติของมนุษยชาติ สามารถเกิดขึ้นในขณะเดียวกับการทำงานที่จริงจังได้ และถ้าเราสามารถทำให้ความสนุกเช่นนี้เกิดขึ้นได้แล้ว เราก็สามารถช่วยทำให้ประโยคที่ว่า "ความสุขคือการชอบสิ่งที่ทำ มิใช่ทำสิ่งที่ชอบเป็นจริงขึ้นได้อีกอักโข
     Dr. Kenneth Blanchard ผู้เขียนหนังสือยอดฮิต One Minute Manager ได้กล่าวเน้นไว้ในคำกล่าวนำหนังสือเล่มนี้ อย่างน่าฟังว่า

"... เมื่อเราเลือกที่จะชอบสิ่งที่เราทำ ชีวิตของเราจะเปี่ยมไปด้วยความสุข ความอิ่มเอม และเข้าถึงความหมายของชีวิต ได้ทุกวันที่มาทำงาน ... คนเราใช้เวลากว่าร้อยละ 75 ของเวลาที่ตื่นในแต่ละวันไปในงานและกิจกรรมที่เกี่ยวเนื่องกับการทำงาน ดังนั้น เราจึงควรที่จะเลือกที่จะสนุกและกระตือรือร้น กับงานที่เราทำ แทนที่จะรอให้วันศุกร์มาถึง (หรือที่พูดกันว่า Thank God It's Friday)...
... เราจะเลือกทำเฉพาะงานที่เราชอบไม่ได้เสมอไป ดังนั้นเราจึงควรเลือกที่จะชอบงานที่เราทำ..."
ภาพในบรรทัด 10
OK! ขี้เกียจอ่านกันใช่ไหม? งั้นมาอ่านสรุปง่ายๆ กันเลย!!!
หัวใจของ "ปรัชญาปลาคือ 1ทัศนคติ 2การเล่น 3ให้เป็นวันแห่งการจดจำ 4อยู่ กับลูกค้า
-----------------------------------------------------------There Are Two Rules For Success: 1) Never Tell Everything You Know. -- Roger H.Lincoln
กฎแห่งความสำเร็จมีอยู่ด้วยกัน 2 ข้อ : 1.)ห้ามบอกว่าคุณรู้ทุกเรื่อง! - โรเจอร์ เฮช. ลินคอล์น

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น

โปรดแสดงความคิดเห็นในช่องนี้